อยากไปทำงานที่ญี่ปุ่น  ต้องมีสกิลอะไรบ้าง ภาษาญี่ปุ่นจำเป็นไหม ควรเตรียมตัวอย่างไร

เรียนก็ไม่เก่ง ทำงานงานก็ไม่ปัง แต่มีความฝันอยากไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่า ถ้าเราไม่ใช่คนที่โชคดีบังเอิญมีคู่ชีวิตเป็นชาวญี่ปุ่น หรือว่ามีเงินเยอะแยะมากพอที่จะไปอยู่แบบไม่ต้องทำมาหากินในประเทศญี่ปุ่น คำตอบก็ไม่พ้นการไปหางานทำที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นอย่างที่คิด

ในส่วนของบทความนี้ต้องของแจ้งไว้ก่อนนะครับว่าผู้เขียนบทความไม่ได้ทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็สนับสนุนให้คนทำตามความฝัน และมั่นใจว่าหลายคนสามารถไปทำงาน และใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นได้

บทความนี้เหมาะสำหรับพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปในออฟฟิศที่มีเป้าหมายอันแรงกล้าในการที่จะไปทำงานที่ญี่ปุ่น หรือเด็กมหาวิทยาลัยที่เตรียมตัวเผชิญโลก

ถามตัวเองก่อนว่าทำไมอยากไปทำงาน ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น

ก่อนจะเริ่มต้นเตรียมตัวเพื่อหางานในญี่ปุ่น อยากให้ทุกท่านพิจารณาตัวเองก่อนว่า อยากไปทำงานใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นจริง ๆ ใช่ไหม หลายคนชอบไปเที่ยว ชอบไปในประเทศที่เจริญ แต่ก็อาจจะมองข้ามจุดสำคัญ เช่น วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมการทำงานของชาวญี่ปุ่น เพราะหลายคนไปประเทศญี่ปุ่นก็จะเคยชินกับความเอาใจใส่ที่หาที่เปรียบไม่ได้ แต่ในทางเดียวกันถ้าเราจะไปทำงานที่ญี่ปุ่นในบริษัทที่มีความญี่ปุ่นมาก ๆ (ไม่ใช่บริษัทฝรั่งหรือบริษัทสายสตาร์ทอัพ) ก็ต้องยอมรับกับความจริงที่ว่ามันมีความเครียดที่ต้องแบกรับมากกว่าการทำงานกับคนไทย เนื่องด้วยเราก็ต้องไปทำหน้าที่ให้บริการที่ต้องมีความเอาใจใส่ในระดับเดียวกับคนญี่ปุ่น ก็จะเครียด

ทีนี้พอมันมีข้อเสียตรงนี้ (ซึ่งบางคนก็อาจจะเคยชินหรือไม่ซีเรียส) ก็ต้องมาพิจารณาว่าการที่เราได้มาอยู่แล้วได้กินข้าวอร่อย ๆ (แต่ที่ไทยก็อร่อยและถูกนะ) อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างจะปลอดภัย สบายใจ หรืออาจจะสามารถเดินทางไปเที่ยวในที่ ๆ ไม่เคยไปได้ในวันหยุด มันสามารถที่จะลบล้างข้อเสียตรงนั้นได้ไหม ถ้าคำตอบคือได้ ก็มาเตรียมตัวหาทางไปประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่า

อยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นแต่พูดญี่ปุ่นไม่ได้

ก็ต้องเรียนค่ะ

แอดมินหมาแมว

พอพูดถึงการหางานทำที่ประเทศญี่ปุ่นคำถามที่เข้ามาแรก ๆ เลยก็น่าจะเป็น ถ้าไม่มีภาษาญี่ปุ่นแล้วจะไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้ไหม คำตอบก็มีทั้งได้และไม่ได้ แต่แนวโน้มคือถ้าไม่มีภาษาญี่ปุ่นก็จะหางานยากขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว แถมถ้าคุณฝันจะไปทำงานหรือใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นโดยไม่คิดที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย ก็อาจจะดูแปลก ๆ นิดนึง

เบื้องต้นก็ต้องมาพิจารณาก่อนเลยว่าคุณมีทักษะหรืออะไรที่พิเศษจนภาษาญี่ปุ่นนั้นไม่จำเป็นไหม ซึ่งมันก็จะหนีไม่พ้นกลุ่มแรงงานเฉพาะด้านสายวิศวกรรมหรือการแพทย์ ซึ่งกลุ่มคนเล่านี้แม้ภาษาญี่ปุ่นจะไม่ได้ แต่บริษัทญี่ปุ่นบางบริษัทก็อาจจะยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อให้เขาเข้าทำงาน แถมส่งเรียนภาษาญี่ปุ่นไปด้วย เช่น โปรแกรมเมอร์ พยาบาล นักวิจัย เป็นต้น

ทีนี้พิจารณาจากความเป็นจริง หลายท่านอาจจะไม่ได้ทำงานเฉพาะด้านที่มันสำคัญจนประเทศญี่ปุ่นต้องการ อาจจะเป็นแค่พนักงานออฟฟิศทั่วไป แนวโน้มที่จะหางานที่ประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเลยก็จะค่อนข้างต่ำ เพราะขนาดคนที่ได้ภาษาญี่ปุ่นเองและมีสกิลเฉพาะด้านก็ไม่ใช่ว่าจะหางานได้กันทุกคน (ในความเป็นจริงคืออาจจะหางานได้ แต่อาจไม่ใช่งานที่อยากทำ หรือบางทีอยู่ไทยก็รวยกว่า ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงวันหยุดก็พอ)

เพราะงั้นสุดท้ายแล้วคุณก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานไว้เพื่อใช้ในการหางานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งโดยทั่วไปเวลาคนต่างชาติหางานที่ญี่ปุ่นจะต้องมีใบผลสอบวัดระดับไปยื่นด้วย (สามารถดูเกี่ยวกับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี้ https://aratori.net/jlpt-thailand/) ขั้นต่ำเลยก็จะเป็น N2 แต่โดยปรกติก็คือถ้าไม่ได้ N1 (ระดับที่สูงที่สุด) ในยุคนี้ก็อาจจะสมัครงานยากขึ้นนิดหน่อย (อย่างไรก็ตามใบประกาศไม่ได้การันตีความสามารถที่แท้จริงของคุณ)

ทีนี้ทุกคนก็จะเริ่มมีคำถามแล้วจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะสอบผ่าน N2 หรือ N1 หรือมีความสามารถในระดับเท่ากันเพื่อไปสมัครงานได้ ส่วนตัวผมเรียนมาเองในไทยไม่เคยเหยียบญี่ปุ่นเลยก็คือใช้เวลา 1.5 ปีกว่าได้ N2 หรือ 3.5 ปีในการได้ N1 (ถ้าไปเรียนที่ญี่ปุ่นหลายคนสอบได้ N2 ใน 1 ปี) (สามารถดูบทความการสอบ N1 ของผมได้ที่ https://aratori.net/pass-jlpt-n1-in-3-years/)

อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติที่สามารถทำได้จริงใช้เวลา 1 ปี เพื่อสอบผ่าน N3 น่าจะเป็นใบเบิกทางสู่การทำงานในสายญี่ปุ่นก็ได้ แม้เราจะไม่ได้ทำงานในสายอาชีพเฉพาะทางที่กล่าวไปเบื้องต้นก็ตาม

นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้วจะต้องมีสกิลอะไรเพื่อไปทำงานที่ญี่ปุ่น

ภายใต้ข้อสันนิษฐานที่ว่าเรามี (1) ทักษะเฉพาะทาง หรือ ประสบการณ์ทำงาน และ (2) ทักษะภาษาญี่ปุ่น แล้ว สกิลที่จะทำให้เราได้งานก็จะไม่พ้นภาษาอังกฤษระดับธุรกิจพื้นฐาน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้ ถ้าเป็นผลสอบคือ TOEIC 700-800 ก็เพียงพอ

ถ้าคุณบอกว่า TOEIC 700-800 ยากจัง ก็ต้องกลับไปเรียนพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่เกินครึ่งปีก็น่าจะสอบกันได้

สรุปคืออยากทำงานที่ญี่ปุ่นก็ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษ แค่นั้นเหรอ!?

แน่นอนครับ ต้องบอกว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการลงทุนจากญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในขณะที่ผู้ที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ในไทยมีไม่เยอะ ต่อให้คุณไม่มีความสามารถอะไรพิเศษเลยแต่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ก็มีแนวโน้มที่จะหางานที่ญี่ปุ่นได้ไม่ยาก เพราะเขาก็ต้องการคนประสานงานและดูแลงานในประเทศที่เขาลงทุน (จากประสบการณ์ผมตอนเด็กที่ยังไม่เคยทำงาน ก็เคยจะได้งานเซลล์ที่ญี่ปุ่นแต่ก็ทิ้งไปก่อน เพราะต้องกลับไทย)

อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันมีข้อจำกัด แม้คนญี่ปุ่นจะยินดีจ้างคนไทยที่ทำอะไรไม่ได้เลย แต่พูดญี่ปุ่นอังกฤษได้ไปทำงานให้กับเขา (ซึ่งแนวโน้มว่าจะเป็นตำแหน่งฝ่ายขาย) ก็จะมีเรื่องอายุมาเกี่ยว ถ้าอายุคุณเกิน 25 ไปแล้วการหางานมันก็จะยากขึ้นเรื่อย ๆ หากคุณไม่มีสกิลเฉพาะทางไปขาย อย่างไรก็ดีผมมีคนรู้จักที่ได้ภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่มีสกิลเฉพาะทางก็จะไปทำงานด้านการแปล หรือบางคนก็ไปเป็นเซลล์ ในช่วงอายุ 27-35 แต่ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำสูงอยู่พอสมควร

แล้วจะหางานยังไง

โดยปรกติถ้าเราอยู่ในประเทศไทยก็ไม่พ้นที่จะต้องหางานผ่านรีครูทที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ที่ดัง ๆ ก็จะมีอยู่หลายเจ้า แต่ที่มีในไทยด้วยก็จะมีอย่างเช่น Pasona หรือ Adecco ซึ่งตำแหน่งที่รีครูทจะแนะนำก็มีแนวโน้มที่จะหาคนที่มีประสบการณ์ทำงานโชกโชนแล้วทั้งนั้น

หากต้องการลองดูตำแหน่งงานในญี่ปุ่นที่เปิดรับต่างชาติโดยเฉพาะก็ไปเปิดดูได้ที่พวกเว็ป เช่น

ทีนี้ถ้าเราไม่ได้รวยแต่พอมีเงินเก็บและมีความฝัน การที่เราจะไปหางานที่ญ่ปุ่นได้ก็ต้องลงทุน โดยการซื้อคอร์สเรียนภาษาระยะยาวที่ประเทศญี่ปุ่น (6 เดือน – 2 ปี) (สามารถไปอ่านบทความเกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ที่ https://aratori.net/study-in-japan-privately-financed/) ในโตเกียวหรือโอซาก้า เพื่อไปเข้าร่วมมหกรรมการหางานของญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นอยู่เกือบทั้งปี เขาเรียกกันว่า ชูโชะคุคัตซึโด (就職活動) (shuushokukatsudou) แปลตรง ๆ ก็คือกิจกรรมการหางาน

นี่คือการหางานของคนญี่ปุ่น

อันนี้ผมก็เคยไปมาหลายทีตอนที่หางานที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นกิจกรรมที่ไม่สนุกเลยอย่างมากเพราะอย่างที่เรารู้กันว่าการจะเข้าบริษัทญี่ปุ่นได้จะมีขั้นตอนเยอะแยะ ตั้งแต่การเขียนเรซูเม่ด้วยลายมือตัวเอง การสัมภาษณ์ที่แบ่งหลายรอบทั้งแบบกลุ่มและเดี่ยว ปั้นหน้ารักองค์กรที่ยังไม่ได้ทำงานด้วย ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะต้องเจอ โดยเฉพาะเด็ก ๆ หรือคนที่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน

โดยปรกติที่ญี่ปุ่น เด็กปี 3 ของญี่ปุ่นก็จะเริ่มชูคัตสึ (เรียกแบบสั้น ๆ) ถ้าใครไม่ได้งานก็จะเครียดเพราะพอเรียนจบแล้วยังหางานไม่ได้ก็มีแนวโน้มที่จะหางานได้ยากขึ้นไปอีก

ทีนี้การเข้าร่วมงานพวกนี้ไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องจบจากญี่ปุ่น หรืออะไร ขอให้พูดภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องก็ไปเ้ข้าร่วมได้ แต่ก็ต้องใส่สูทผูกไทด์

ข้อดีคือมันจะมีงานลักษณะนี้ (ซึ่งเรียกว่า setsumeikai หรืองานอธิบายกิจการ ที่ให้คนบริษัทมาโฆษณาตัวเองกัน) ที่จัดเพื่อคนต่างชาติโดยเฉพาะ ทั้งในโตเกียว โอซาก้า หรือเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งจะลดคู่แข่งชาวญี่ปุ่นไปได้เยอะมาก บางทีก็จะมีงานที่รับเฉพาะเจาะจงคนไทย คนเวียดนาม อะไรแบบนี้ด้วย ทำให้การหางานง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

ถ้าไปเรียนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องเรียนนานขนาดไหนถึงจะหางานได้ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

ปรกติคนส่วนมากที่เริ่มจาก 0 เลย อาจจะต้องใช้เวลา 1-2 ปีในการเรียนภาษาเพื่อใช้ได้จริงในระดับธุรกิจ อย่างตัวอย่างผมเคยมีเพื่อนที่เรียนภาษาด้วยกันในมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น เขาบอกว่าใช้เวลา 1.5 ปี ถึงพูดได้ในระดับที่เรียกว่าทำงานได้ จากไม่มีความรู้เลย แต่กรณีนี้เป็นคนจีนก็จะได้เปรียบเรื่องการอ่านคันจิ อย่างไรก็ตามคาดว่าคนไทยคงใช้เวลาไม่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้าเป็นคนทุ่มเท คิดว่า 1 ปีก็เพียงพอที่จะไปหางานได้แล้ว แม้จะไม่คล่องก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเรียนแต่ภาษาอย่างเดียวทุกวัน

ค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นมีตั้งแต่หลักแสนถึงล้าน (มีคอร์สภาษาในมหาวิทลัยเอกชนด้วยซึ่งราคาแตกต่างกันตามจังหวัดและคุณภาพสถาบัน สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ https://aratori.net/study-in-japan-privately-financed) ประสบการณ์ส่วนตัวของผมด้วยความที่ตั้งใจเรียนจนได้ทุน แม้จะทำงานพิเศษน้อย (5 เดือน) จากบัญชีที่ผมทำทุกวันคือสรุปแล้ว 1 ปี ไปเรียนใช้เงินแค่แสนกว่าบาทนิด ๆ (เรียกว่าอยู่ไทยก็ใช้ประมาณนี้หรือมากกว่า) แต่อันนี้เป็นการใช้ชีวิตแบบประหยัด ไม่ค่อยแนะนำ

ถ้าให้แบบไม่ติดขัดมากเกินไปควรเตรียมเงินไว้ 4-5 แสน บาท แล้วไปทำงานพิเศษ แบบเบา ๆ เวลาที่เหลือเอาไปเรียนภาษากับหางาน คิดว่ามีทอนแน่นอน

เพิ่มเติมว่าถ้าเป็นคนหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 25 และเป็นคนต่างชาติที่พูดญี่ปุ่น อังกฤษ ได้ แนวโน้มจะหางานได้นั้นมีค่อนข้างสูง แต่ถึงอายุ 30 กว่า ๆ ก็ยังมีแนวโน้มที่จะหางานได้ แม้จะยากขึ้น ส่วนคนไทยก็มีตลาดเฉพาะอยู่บางส่วน ถ้ามุ่งมั่นคิดว่าคุ้มค่าการลงทุนแน่นอน

ถ้าไม่เลือกงาน จะหางานได้ง่ายขึ้นไหม?

แน่นอนว่าถ้าเป็นคนไม่เลือกงาน สำหรับคนไทยที่ได้ภาษาญี่ปุ่น ก็จะเป็นล่าม นักแปล หรือง่ายฝ่ายขาย ซึ่งก็มีดีมานด์อยู่ตลอด ถ้าเป็นคนสู้งานหนัก ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องทำอะไรที่ชอบเท่านั้น แค่ตรงจุดนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

ไปล้างจาน เป็นพนักงานเซเว่นที่ญี่ปุ่นก่อนแล้วค่อยหางานได้ไหม

ต้องบอกว่าได้ แต่ในฐานะ “นักเรียน” ซึ่งปัจจุบันงานแรงงานเหล่านี้แม้คนญี่ปุ่นจะทำกันน้อย แต่คนที่ทำส่วนมากก็จะไม่ใช่พนักงานประจำ จะเป็นคนต่างชาติที่ลงคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วมาทำกันเป็นส่วนมาก อินเดีย เนปาล จีน ไทย เวียดนาม ฯลฯ ทำกันทั้งนั้น เพราะญี่ปุ่นอนุญาตให้เราสามารถทำงานได้ 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หากเราเป็นนักเรียน ก็คือมีกินมีใช้ได้ถ้าไม่ขี้เกียจ

บทสรุปเบื้องต้น

การที่จะไปทำงานที่ญี่ปุ่นก็คงจะหนีไม่พ้นการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นเพื่อเปิดโอกาสตัวเองสู่ตลาดงานของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีการทำเช่นว่าก็เป็นการลงทุนเวลาในระยะยาว ถ้าหากตัดสินใจได้แล้วว่าชีวิตนี้ยังไงก็จะไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลเพื่อหนีจากประเทศไทย ก็แนะนำให้ทุกท่านเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่วันนี้เลย (อ่านบทความเกี่ยวกับการเริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ที่ https://aratori.net/how-to-start-learning-japanese/)

อย่างไรก็ดีอยากให้ทุกคนตระหนักไว้ว่าทักษะภาษาญี่ปุ่นเป็นแค่เครื่องมือที่อาจจะช่วยเปิดโอกาสให้คุณไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นได้ แต่ไม่ใช่ทักษะหลักที่จะทำให้เรามีจุดขายอะไรมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรบกพร่องในการพัฒนาทักษะเฉพาะทางของตัวเองด้วยครับ

ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ขอให้ทุกท่านได้ไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น หากคุณมีความปรารถนาเช่นว่านั้น

เรื่องทั่วไปカテゴリの最新記事